วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558

การจัดการความรู้ E-commerce

E-commerce การค้าขายผ่านอินเตอร์เน็ต


ทุกวันนี้ อินเตอร์เน็ตมีบทบาทกับชีวิตของเราเป็นอย่างมาก ดังนั้น การทำธุรกิจส่วนใหญ่ จึงใช้อินเตอร์เน็ตในการโฆษณา เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้รวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายในการโฆษณาที่ถูกมากๆ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากทำการค้าบนอินเตอร์เน็ต E-commerce คือ คำตอบที่ดีที่สุด เราจะสอนให้คุณได้เรียนรู้ ทุกขั้นตอน ก่อนที่่คุณจะมีร้านค้าบนอินเตอร์เน็ต
E-commerce คืออะไร
ในปัจจุบันนี้ ความนิยมในการ ประกอบธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตมีเพิ่มมากขึ้น ดังที่เราจะเห็นจาก หลายๆ บริษัทที่มี www. เป็นของบริษัทนั้นๆ เช่น ธุรกิจรถยนต์ ธุรกิจอาหาร ธุรกิจเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ทุกอย่างคุณสามารถหาซื้อได้ในอินเตอร์เน็ต ดังนั้นอินเตอร์เน็ตจึงเป็นช่องทาง ที่สามารถทำให้คุณมีรายได้แบบไม่จำกัด เช่น www.platu.com ของไทยเรา


แล้วถ้าคุณสนใจที่จะทำ E-commerce คุณควรเตรียมตัวอย่างไร หรือจะเริ่มต้นอย่างไร
  • ก่อนอื่น คุณต้องมีความรู้พื้นฐานทางอินเตอร์เน็ตบ้าง แล้วถ้าคนที่ไม่มีความรู้แต่อย่างทำจะทำอย่างไร นั้นก็ไม่ยากเลย เพียงแค่คุณพยายามใช้มันให้คล่อง หาหนังสือที่เกี่ยวกับการใช้อินเตอร์เน็ต มาลองฝึกดู(ไม่มีใครที่แก่เกินเรียนนะ) และลองพยายามใช้อินเตอร์เน็ตค้นหาสิ่งที่คุณสนใจ แล้วมันจะทำให้คุณคล่องเอง

เมื่อคุณมีพื้นฐานทางอินเตอร์เน็ตแล้ว สิ่งที่คุณควรรู้ต่อไปคือ คำศัพท์ต่างๆ โปรแกรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต หรือการทำเว็บไซค์ต่างๆ เช่น HTML คืออะไร Browser คืออะไร และยังมีคำต่างๆ อีกมากมายที่คุณต้องเรียนรู้ ถ้าคุณไม่รู้จริงๆ ก็ติดตามเราไปเรื่อยๆ เราจะสอนจนกว่าคุณจะทำเป็น
  • ขั้นสุดท้าย คือ "การรู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง" คุณต้องรู้ว่าคุณจะขายอะไร สิ่งที่คุณจะขายมีใครเป็นคู่แข่ง แล้วเว็บของคู่แข่งเป็นแบบไหน และคู่แข่งทำตลาดเช่นไร ข้อมูลพวกนี้หาได้ไม่ยาก คุณสามารถหาได้ในอินเตอร์เน็ต แล้วนำมาวิเคราะห์ก่อนลงมือทำ เว็บ E-commerce

- นี่คือ การเตรียมตัวก่อนที่จะลงมือทำ E-commerce เมื่อคุณได้ทำแล้ว คุณจะรู้ว่า เงินนั้นหาได้ไม่ยาก เพราะสินค้าของคุณสามารถ ขายได้ทั่วโลก นี่คือ การทำการค้าที่สุดยอดจริง ในครั้งต่อไป เราจะให้คุณรู้จัก รูปแบบต่างๆ ในการทำเงินจาก E-commerce

E-commerce ในรูปแบบต่างๆ
ปัจจุบันอินเตอร์เน็ตที่คุณใช้อยู่ เต็มไปด้วย E-commerce ทั้งสิ้น เพียงแต่คุณไม่รู้ เพราะรูปแบบของE-commerce มีหลายรูปแบบ ทุกคนพยายามงัดกลยุทธ์ทุกรูปแบบมาทำการค้า เพื่อให้มีลูกค้าเข้าเว็บไซต์ และสร้างรายได้ให้แก่ผู้ค้า ดังนั้นจึงมีรูปแบบของ E-commerce ที่แตกต่างกันออกไป เรามาทำความรู้จัำกกับ E-commerce รูปแบบต่างๆ กันดีกว่า ก่อนที่เราจะลงมือทำ เพื่อประกอบการตัดสินใจ ว่าเราจะทำ E-commerce แบบไหนดี


E-commerce แบบขายสินค้า
  • เว็บไซต์ E-commerce ชนิดนี้ เป็นเว็บที่ขายสินค้าโดยตรง ไม่ต้องอ้อมให้มากเรื่อง เว็บประเภทนี้เขาจะออกแบบเว็บให้ มีความสะดวกกับผู้ซื้อสินค้าค่อนข้างมาก จะมีระบบการชำระเงิน จะมีตะกร้าสินค้าให้คุณ และเว็บไซต์ประเภทนี้จะสวยสะดุดตามากๆ เพราะอยากให้ผู้ที่เข้ามาชมหรือเลือกสินค้า ชอบและประทับใจ
ถ้าคุณอยากทำ เว็บ E-commerce รูปแบบนี้ สิ่งที่คุณต้องมี คือ
  • สินค้า แน่นอนคุณต้องมีสินค้าที่คุณอยากจะขาย อาจเป็นสินค้าของคุณเอง หรือมีแหล่งสินค้าที่ต้นทุนต่ำ
  • เว็บไซต์ คุณอาจจะสร้างเว็บเอง แต่ถ้าคุณสร้างเองไม่ได้จะจ้างเขาทำก็ได้ แต่นั้นหมายถึงต้นทุนที่สูงขึ้น
  • ข้อมูลสินค้า และรูปภาพสินค้า เช่น ราคา รายละเอียดของสินค้า กับรูปสวยๆ
  • เลขที่บัญชี เพื่อให้ลูกค้าโอนเงินค่าสินค้า หรือเลือกให้ลูกค้าชำระเงินในแบบอื่นๆ
รายได้
  • จะได้จากการขายสินค้า แต่คุณอย่าลืมหักค่าจัดส่งด้วยนะ หรือไม่เช่นนั้น ก็บวกค่าจัดส่งและค่าบริการในตัวสินค้าเลย

E-commerce แบบลงโฆษณา
  • เว็บ E-commerce ประเภทนี้ กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมา และเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นทำ ธุรกิจ E-commerce แต่ไม่มีสินค้า เว็บประเภทนี้ จะเป็นเว็บให้ความรู้ หรือมีเนื้อหาเฉพาะด้าน ทั้งข่าวสาร และสาระทั่วไป เช่น เว็บ sanook.com หรือเว็บ pantip.com

ถ้าคุณอยากทำ เว็บ E-commerce รูปแบบนี้ สิ่งที่คุณต้องมี คือ
  • ทีมงาน หรือแหล่งข้อมูล คุณจะทำเว็บในรูปแบบไหนก็ได้ แต่ต้องมีข้อมูลที่เพียงพอ
  • เมื่อคุณมีเว็บไซต์แล้ว คุณก็ต้องมีเว็บบอร์ดด้วย เพราะทั้งสองอย่างนี้สำคัญ และแยกกันไม่ได้
รายได้
  • จะได้จากที่ มีผู้มาลงโฆษณาบนเว็บไซต์เรา ซึ่งส่วนใหญ่จะคิดเป็นรายเดือน การตั้งราคาก็ประมาณ 100 บาทขึ้นไป แต่คุณจะมีผู้ลงโฆษณามากหรือน้อยนั้น ขึ้นกับว่าเว็บของคุณมีคนเข้าชมมากน้อยแค่ไหน / วัน ถ้าเว็บคุณมีคนเข้าเว็บจำนวนมาก ราคาค่าวางโฆษณา ก็อาจจะประมาณ 2,000 - 3,000 บาท / เว็บ / เดือน

ความจริงแล้ว ยังมีรูปแบบการทำ เว็บ E-commerce อีกหลายรูปแบบ เช่น
  • เป็นเว็บไซต์ ที่เป็นศูนย์กลางการซื้อขาย
  • เป็นเว็บไซต์ให้บริการ
  • เว็บไซต์ที่ทำรายได้ จากการออนไลน์
  • ฯลฯ
E-commerce กับเป้าหมาย
- ในการที่เราจะทำตลาด E-commerce ให้ได้ผลสำเร็จนั้น เราควรมีเป้าหมายที่ชัดเจน ดังนั้นเราควรกำหนดกลุ่มเป้าหมายของเราก่อน ทำไมเราจะต้องกำหนด กลุ่มเป้าหมาย เพราะคุณจะได้รู้ว่าคุณควรทำการค้าไปในทิศทางไหน และทำเพื่อใคร ลูกค้าของมีแรงซื้อมากแค่ไหน
กลุ่มเป้าหมายในการทำ E-commerce
การทำ E-commerce เพื่อคนในประเทศ 
การทำเว็บ E-commerce ประเภทนี้ ไม่ต้องทำเว็บใหญ่มากนัก ให้ทำง่ายๆ และเว็บธุรกิจออนไลน์ของคุณควรเป็นแบบนี้
  • เป็นเว็บ E-commerce ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนไทย และให้คุณเจาะลึกอีกสักหน่อยว่า ควรเป็นกลุ่มคนประเภทไหน
  • การออกแบบเว็บ ควรออกแบบให้ค้นหาภายในเว็บง่ายๆ ไม่ยุ่งยากมากนัก
  • คุณอาจจะลองใช้พื้นที่ในการสร้างเว็บฟรีก่อนก็ได้ เมื่อเห็นผลตอบรับที่ดีแล้วค่อย เช่าซื้อพื้นที่จัดเก็บ
  • ถ้าคุณมีสินค้าไม่มากนัก ก็ควรให้ลูกค้าสั่ง Order ทาง E-mail ก็ได้ แต่ถ้าอยากมีระบบตะกร้าสินค้า ก็ไม่ผิดอะไร
  • การจัดส่ง ก็ใช้บริการไปรษณีย์ไทยก็ได้
  • เรื่องการชำระเงิน ก็ใช้การโอนเงินผ่านธนาคารดีกว่า เพราะเป็นการค้าในประเทศ
  • และสินค้าที่อยู่บนเว็บ E-commerce ของคุณ คุณต้องสามารถออกแบบได้นะ

การทำ E-commerce ที่สามารถใช้ได้ทั้งไทย และต่างประเทศ
ส่วนใหญ่เว็บ E-commerce ประเภทนี้ จะเป็นเว็บที่ใหญ่ และค่อนข้างเป็นเว็บที่ดูสวยงามมากๆ เพราะกลุ่มเป้าหมายสามารถได้มาจากทั่วโลก ดังนั้นจึงเป็นเว็บ ที่มีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ แล้วในเว็บของคุณควรมีอะไรบ้าง ที่จะสื่อถึงกลุ่มเป้าหมาย
  • อย่างแรกคือ แน่นอนกลุ่มเป้าหมายของคุณ คือทุกคนทั่วโลก แต่คุณต้องเจาะจงลงไปอีกว่า เป็นคนกลุ่ม กลุ่มไหน เช่น แม่บ้าน ถ้าเว็บ E-commerce ทำเกี่ยวกับอุปกรณ์ทำความสะอาจภายในบ้าน หรือนักธุรกิจ ถ้าเว็บ E-commerce ทำเกี่ยวกับ หุ้น หรือราคาขึ้นลงของค่าเงิน
  • ขั้นต่อมาคือ เว็บ E-commerce ต้องดูให้มีความหน้าเชื่อถือ
  • ระบบการส่งซื้อ ต้องถูกต้องและรวดเร็ว และต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้
  • การจัดส่ง สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก ต้องส่งให้ได้ตามกำหนดเวลา และต้องได้มาตรฐานสากลด้วย เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น
  • ระบบการชำระเงิน ส่วนใหญ่จะเป็นการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต

- การที่เราจะทำเว็บ E-commerce เพื่อเป็นธุรกิจออนไลน์นั้น คุณอย่าลืมเป้าหมายของคุณ ให้ดึงข้อดี แล้วลบข้อเสียของสินค้าของคุณให้ได้ คุณต้องเชื่อก่อนว่า สินค้าหรือบริการของคุณดีที่สุด แล้วถ่ายทอดความเชื่อนั้น ผ่านทางเว็บ E-commerce ของคุณ ให้ลูกค้าได้รับรู้ และเชื่อมั่นในสินค้าหรือบริการของคุณให้ได้
สำหรับวันนี้พอเพียงเท่านี้ก่อนนะคะ คิดว่าทุกท่านคงได้แนวทาง หรือแนวคิดในการจะมี ธุรกิจ E-commerce ของตัวเองกันบางนะคะ

7 ขั้นตอนการทำ E-COMMERCE สำหรับคนที่เริ่มต้นใหม่ !!

1.หาความต้องการของตลาดและก็เติมเต็มซะ 
หลายคนมีความเข้าใจที่ผิดที่เริ่มต้นจากการหาสินค้ามาขายก่อน แล้วค่อยหาตลาดว่าจะเจาะตลาดใหนดี? แต่ในการเพิ่มโอกาสที่จะสำเร็จได้ เราควรเริ่มจากการหาโอกาสก่อนซึ่งเทคนิคคือพยายามหาปัญหาของคนที่เค้าต้องการอะไรมาแก้ปัญหานั้น และก็ยังไม่มีตัวเลือกในการแก้ปัญหานั้นเท่าใหร่ โดยอินเตอร์เน็ตสามารถช่วยให้คุณทำ Research เรื่องนี้ได้ง่ายมากเช่น 
- เข้าเว็บบอร์ดต่างๆ อย่างเช่น Pantip / Jeban / Dek-d และอื่นๆอีกมากมายเพื่อเข้าไปอ่านประเด็นต่างๆที่คนพบปัญหา
- ลองค้นหาความต้องการจากการ Search ใน Google ดูเพื่อหาว่าคนส่วนใหญ่ค้นหาอะไรกัน
- เข้าเว็บไซต์คู่แข่งดูศักยภาพการแข่งขันว่าคุณสู้ใหวมั๊ย ?? และก็จดออกมาว่าคู่แข่งคุณมีอะไรที่ไปตอบโจทย์ลูกค้าได้บ้าง และคุณเองก็ทำการบ้านเพื่อหาจุดที่คุณทำได้ดีกว่าคู่แข่งคุณและตอบโจทย์ลูกค้าเช่นกัน
2. เริ่มเขียนคำโฆษณาที่โดนๆ
- ปลุกความสนใจด้วยหัวข้อโดนๆ
- อธิบายปัญหาที่สินค้าคุณช่วยแก้ไข
- เสนอความเชี่ยวชาญที่คุณสามารถแก้ปัญหานี้ได้
- เพิ่มตัวอย่างคนที่ใช้สินค้าคุณมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
- อธิบายถึงตัวสินค้าและประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ
- แสดงข้อเสนอให้ชัดเจน
- แสดงการรับรองว่าใช้ได้ผล
- สร้างการโน้มน้าวให้ลูกค้าต้องซื้อโดยเร็ว
3. ออกแบบและเริ่มสร้างเว็บไซต์
เมื่อคุณพบตลาดและสินค้าแล้ว และคุณพร้อมจะเข้าสู่การขายแบบเต็มตัว คุณต้องเริ่มทำเว็บไซต์ขึ้นมาซึ่งข้อแนะนำคือ “ทำให้เรียบง่าย” คุณมีเพียงไม่เกิน 5 วินาที ที่จะสร้างความสนใจแก่ผู้เข้าชมเว็บไซต์คุณ มิฉะนั้นเค้าก็จะออกจากเว็บคุณและอาจจะไม่กลับมายังเว็บไซต์คุณอีกต่อไป ผมมีเทคนิคเล็กน้อยมาให้กันครับ
- เลือก 1-2 ตัวอักษร(Font) และใช้พื้นขาว
- ทำให้การเข้าสู่หน้าต่างๆเข้าใจง่ายและหาง่าย และเหมือนกันทุกหน้า
- เลือกใช้รูป เสียง และวีดีโอเฉพาะจุดที่จะเพิ่มความน่าสนใจกับเนื้อหาเท่านั้น
- เพิ่มการลงทะเบียนรับข่าวสารหรือสิทธิพิเศษต่างๆเพื่อเป็นการเก็บฐานข้อมูลลูกค้า
- ทำให้ซื้อได้ง่ายโดยไม่เกิน 2 คลิกต้องซื้อได้
4. ใช้การตลาดผ่าน Search Engine เพื่อดึงคนเข้าเว็บไซต์
การลงโฆษณาแบบ Pay Per Click เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดในการดึงคนเข้าเว็บไซต์ใหม่ ซึ่งข้อดีเด่นๆๆเลยคือคุณสามารถติดอันดับบน Google ได้ทันที และคุณสามารถลองคำค้นหาต่างๆได้ เพื่อค้นหาคำที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ
5. ประกาศความเป็นผู้เชี่ยวชาญในตัวคุณ
คนเราส่วนใหญ่หาข้อมูลออนไลน์ และการที่คุณให้ข้อมูลของคุณไปเผยแพร่ฟรีๆที่เว็บไซต์อื่นๆจะช่วยส่งเสริมให้เว็บคุณติดอันดับบน Google ได้ง่ายขึ้น ลูกเล่นง่ายๆคือใส่ลิ้งก์กลับไปยังเว็บไซต์คุณเสมอเพื่อให้เกิดการ Refer กลับมายังเว็บไซต์คุณ
- สร้างเนื้อหาดีๆไม่ว่าจะเป็นบทความ วีดีโอ และอื่นๆและก็แจกจ่ายไปทุกสื่อออนไลน์เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้
- เพิ่มปุ่ม “Send to friend” หรือ “Share” เพื่อให้คนอ่านสามารถส่งต่อได้
- คอยเป็นคนที่ขยันเข้าไปตอบโต้ในกลุ่มคนในสายธุรกิจเดียวกับเรา
6. ใช้พลังของ E-Mail marketing เพื่อเปลี่ยนคนเข้าชมเว็บไซต์เป็นลูกค้า
เมื่อคุณได้เริ่มสร้างฐานข้อมูลลูกค้าแล้วเท่ากับคุณได้เริ่มสร้างทรัพย์สินที่ดีที่สุดในการทำธุรกิจออนไลน์แล้ว เพราะลูกค้าที่ให้คุณส่งเมลล์ไปหาเขาได้แปลว่า
- คุณสามารถตอบโจทย์บางอย่างที่เค้าต้องการได้
- คุณกำลังสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าตลอดไป
- สามารถวัดผลได้ 100%
- ต้นทุนการทำ E-mail marketing ถูกกว่าการทำการตลาดบน TV หรือวิทยุหรือป้ายตามทางด่วนแน่นอน
7. เพิ่มยอดขายด้วยการหาสินค้ามาเสนอเพิ่มแก่ลูกค้าเดิมหรือให้ลูกค้าซื้อซ้ำ
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำ Internet marketing ก็คือการรักษาฐานลูกค้าเดิมให้อยู่กับเรา ซึ่งสถิติบอกว่า 36% ที่เคยซื้อสินค้าจากเรา จะกลับมาซื้อของเราอีกถ้าเรารักษาความสัมพันธ์ได้ดี ถึงแม้การปิดการขายครั้งแรกจะยากขนาดใหนก็ตามแต่การทำให้เค้าซื้อซ้ำได้ก็ถือว่าเป็นสุดยอดแห่งความสำเร็จได้เช่นกันโดยวิธีการมีดังนี้
- เสนอสินค้าที่สามารถเติมเต็มสินค้าเดิมของลูกค้าที่ซื้อไปได้
- ส่งคูปองพิเศษไปให้ลูกค้า
- เสนอสิทธิพิเศษหลังลูกค้าซื้อสินค้าครั้งแรกเลยทันที

วิธีการรักษาความปลอดภัยของการทำธุรกิจ E-commerce บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

26
เนื่องจากอินเทอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน ในการติดต่อสื่อสาร การดำเนินธุรกิจ การศึกษา ตลอดจนให้ความบันเทิงด้านต่างๆ  ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจึงควรตระหนักถึงภัยจากสื่ออินเทอร์เน็ตและรู้จักวิธีการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสี่ยง หรือภัยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ที่อาจเกิดขึ้นได้
วิธีการรักษาความปลอดภัยของการดูการพัฒนาของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในแนวโน้มของโลกที่เกิดขึ้นใหม่ การดำรงอยู่และพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ตามสถานที่ตั้งของนวัตกรรมเทคโนโลยีเครือข่าย E – commerce System, การดำเนินการและบำรุงรักษาโดยการสนับสนุนเทคโนโลยี ในเวลาเดียวกันเนื่องจากE – commerceหลากหลายองค์กรขนาดใหญ่และขนาดเล็กก็ควรพิจารณาอย่างวิธีการรักษาความปลอดภัยของไซต์ E – commerce
เทคนิคความปลอดภัยและระบบรักษาความปลอดภัยของE-commerce
เทคนิคจากมุมมองของความปลอดภัยและระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลจากมุมมองที่แตกต่างกันของE-commerceในปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่เครือข่ายความปลอดภัย
ใน e – commerce, การรักษาความปลอดภัยเครือข่ายโดยทั่วไปมีสองด้านต่อไปนี้
1 . ความปลอดภัยของข้อมูลเป็นความลับ
รายการจะถูกเก็บไว้เป็นความลับข้อมูลทางธุรกิจ เช่นหมายเลขบัตรเครดิตและชื่อผู้ใช้ทราบว่าอาจจะถูกขโมยคำสั่งและข้อมูลการชำระเงินเรียนโดยคู่แข่งอาจสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ ดังนั้นการเผยแพร่ข้อมูลใน e – commerce ทั่วไปมีความต้องการการเข้ารหัส
2 . เอกลักษณ์ของความปลอดภัยของธุรกรรม
การทำธุรกรรมออนไลน์ระหว่างฝ่ายน่าจะไม่เคยพบมาก่อนพันห่างออกไป สำหรับรายการที่ประสบความสำเร็จครั้งแรกของทุกคนจะสามารถยืนยันตัวตนของบุคคลอื่น ๆ ให้กับนักธุรกิจที่จะต้องพิจารณาลูกค้าไม่สามารถเป็นคนโกหกและลูกค้าจะพิจารณาว่าร้านค้าออนไลน์ไร้ยางอาย ดังนั้นวิธีที่ง่ายและเชื่อถือได้เพื่อยืนยันตัวตนของกันและกันเป็นพื้นฐานสำหรับการทำธุรกรรม
สำหรับองค์กรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลมีความสำคัญที่การรักษาความปลอดภัยนี้ขึ้นครั้งแรกในการรักษาความปลอดภัยระบบ ระบบรักษาความปลอดภัยรวมถึงระบบเครือข่ายระบบปฏิบัติการและโปรแกรมที่สามระดับ ระบบรักษาความปลอดภัยเทคนิคและเครื่องมือที่ใช้ในเทคโนโลยีซ้ำซ้อนเทคโนโลยีการแยกเครือข่ายควบคุมการเข้าใช้เทคนิคการตรวจสอบการเข้ารหัสติดตามการตรวจสอบความปลอดภัยเทคนิคการประเมินผล

ความปลอดภัยในปัจจุบัน e – business เน้นความกังวลอย่างกว้างขวางในปัจจุบันเป็นเวทีในการวิจัยและพัฒนาและนำทฤษฎีการสาธิตการจัดการที่สำคัญและการวิจัยอื่นๆ เป็นความเร็วคอมพิวเตอร์ยังคงเพิ่มความหลากหลายของขั้นตอนวิธีการเข้ารหัสหน้าใหม่เข้ารหัสเช่นเข้ารหัสควอนตัม, DNA รหัสผ่านทฤษฎีความวุ่นวายและเทคโนโลยีใหม่ ๆ รหัสผ่านจะถูกสำรวจ ในประเทศจีนเครือข่ายความปลอดภัยข้อมูลวิจัยเทคโนโลยีและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในระยะแรก แต่มีทำงานมากเราจะต้องวิจัยพัฒนาและสำรวจ แต่เราเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้จะเริ่มดำเนินการในลักษณะของจีน, การศึกษาและวิจัยเพื่อการพัฒนา ถนนจับขึ้นหรือเกินกว่าระดับของประเทศที่พัฒนาได้เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายข้อมูลของเราเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจของชาติ





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น